เสียงสะท้อนจากมหาอำนาจตะวันตก..
มุมมองของรัฐมนตรีมหาดไทยของไทยใหญ่..
สืบเนื่องมาจากต้นเดือน สิงหาคม ค.ศ. 2007 รัฐบาลเผด็จการทหารพม่าทำก ารสั่งขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นเป็น 2 เท่าและก๊าชธรรมชาติขึ้นเป็น 5 เท่า โดยพละการ ถือว่าเป็นรัฐบาลเผด็จการที่คิดทำอะไรก็ไม่เคยคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชน..
ด้วยเหตุนี้ทำให้การขนส่งและรถโดยสารหรือรถบริการต่างๆต้องเพิ่มค่าขนส่งและค่าโดย สารขึ้นเป็นหลายเท่า,สร้างภาระหนักเป็นปัญหาให้กับประชาชนมาก ประชาชนส่วนใหญ่ที่ได้รับความเดือดร้อน เมื่อความเดือดร้อนเกิดกับประชาชน สิ่งที่ประชาชนทำได้ก็คือเรียกร้องความเป็นธรรม ประชาชนจึงพากันออกมาเดินขบวนประท้วงที่เมือง เยย์นาง ชวง เป็นเมืองผลิตน้ำมันอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ การเดินประท้วงของประชาชนเป็นไปอย่างสันติ แต่รัฐบาลเผด็จการทหารของพม่าก็ใช้กำลังเดินหน้าปราบปรามกวาดล้างการประท้วงของประชาชนอย่างรุนแรง จับกุมแกนนำผู้ประท้วงไปเป็นจำนวนมาก..
ขณะที่ ฝรั่งเศษ, อังกฤษ, อเมริกาและกลุ่มสิทธิมนุษยชนหลายแห่งออกมาแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลเผด็จการทารพม่าสลายการชุมนุมประท้วงอย่างสันติวิธีเป็นไปตามเสรีประชาธิปไตย..
เรื่องนี้รัฐมนตรีมหาดไทยของไทยใหญ่กล่าวว่า แม้ประเทศมหาอำนาจตะวันตกจะเรียกร้องให้รัฐบาลเผด็จการของพม่าให้คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของประชาชนเป็นอันดับแรกให้มาก เชื่อว่าการเรียกร้องนั้นจะไม่เกิดผลอะไร เพราะการระเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงในพม่าด้วยน้ำมือของรัฐบาลเผด็จการทหารพม่านั้นเป็นมานานแล้ว และการเรียกร้องจากต่างประเทศก็เรียกร้องกันมานานแล้วเช่นกัน ไม่เคยได้ผลแต่แม้ครั้งเดียว รัฐบาลเผด็จการทหารพม่าไม่เคยสนใจ ยังคงใช้ความรุนแรงปราบปรามทำร้ายประชาชนภายในอยู่จนทุกวันนี้..
เพราะฉนั้น นี้แหละคือปัญหาใหญ่ ที่ประเทศมหาอำนาจตะวันตกต้องเอาไปคิดให้หนัก เมื่อการเรียกร้องให้รัฐบาลเผด็จการทหารพม่ายุติเรื่องการระเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงภายในประเทศไม่ได้ ยังสมควรที่จะให้การสนับสนุนรัฐบาลเผด็จการทหารของพม่าต่อไปหรือ?..
เจ้าเครือเสือ
รัฐมนตรีมหาดไทย
วันที่ 26 ส.ค.2550.
|